แครอต

แครอทเป็นผักที่สามารถนำมาปรุงอาหารได้หลากหลายเมนูทั้งคาวและหวาน แครอทมีคุณค่าทางอาหารสูง จะกินดิบๆ ก็ดี หรือนำมาปรุงสุกก็ยังได้ประโยชน์อยู่ดี เมนูแครอทมีมากมายหลายอย่างทั้ง ต้ม ผัด แกง ยำ เรียกได้ว่าอาหารเกือบทุกอย่างสามารถนำมาประยุกต์เพื่อเพิ่มแครอทลงไปได้ ถือเป็นผักที่ได้คุณค่าทางสารอาหารครบถ้วน แถมยังนำไปทำอาหารอะไรก็อร่อยไปเสียหมด นี่แหละคือข้อดีของแครอท 19 สรรพคุณจากแครอท…ประโยชน์ในการรักษาโรค ดูแลสุขภาพ 1. แครอทช่วยปกป้องแสงยูวี ทำให้เซลล์ผิวไม่ถูกทำร้ายจากแสงแดด 2. แครอทช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจ 3. แครอทช่วยให้ระบบไหลเวียนของเลือดดีขึ้น 4. สรรพคุณของแครอทช่วยในการมองเห็น บำรุงสายตา และถนอมดวงตา บำรุงสายตาที่ฝ้าฝาง และเยียวยาโรคต้อกระจกได้ 5. แครอทช่วยป้องกันโรคมะเร็งปอด และยับยั้งการเกิดมะเร็งชนิดอื่นๆ ได้ 6. ประโยชน์ของแครอทต้านอนุมูลอิสระ แครอทอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่นอกจากจะป้องกันเซลล์มะเร็งแล้วยังช่วยชะลอวัยอีกด้วย 7. สรรพคุณของแครอทช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด ลดระดับคอเลสเตอรอลในร่างกายได้ 8. แครอทช่วยบำรุงผิวพรรณจากภายในสู่ภายนอก 9. สรรพคุณของแครอทช่วยลดน้ำหนักได้ แครอทเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่กำลังลดน้ำหนัก เพราะแครอทช่วยทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้น 10. แครอทช่วยขับพยาธิ และขับสารเคมีที่ตกค้างในร่างกาย 11. แครอทสดเสริมสร้างแคลเซียมในร่างกาย ช่วยบำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรง 12. แครอทช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียในร่างกาย เสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย 13. แครอทช่วยลดความดัน เหมาะสำหรับผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง 14. แครอทช่วยลดความเสี่ยงการเป็นโรคถุงลมโป่งพอง 15. แครอทมีกากใยเยอะ ช่วยในการย่อยอาหาร และทำให้ขับถ่ายสะดวก 16. แครอทช่วยแก้อาการเบื่ออาหารได้ 17. แครอทมีสรรพคุณบำรุงเส้นผมให้แข็งแรง 18. สรรพคุณของแครอทช่วยขับปัสสาวะ 19. แครอทช่วยลดความเสี่ยงการเกิดอัมพฤกษ์ อัมพาต

Continue reading »

หอมใหญ่

คุณค่าทางสารอาหาร : หอมใหญ่มีสารต้านปฏิกิริยาออกซิเดชั่น ซึ่งช่วยชะลอความเสื่อมของร่างกาย เราสามารถซอยหอมใหญ่แล้วนำมาผัดกับข้าวผัด ทำให้ข้าวผัดนั้นมีรสชาติหวานขึ้น ส่วนเห็ดฟางก็นำมาใส่ลงในแกงจืดเปลี่ยนรสชาติของอาหาร ทำให้ไม่น่าเบื่อ หอมหัวใหญ่ หอมใหญ่ ชื่อสามัญ Onion หอมหัวใหญ่ ชื่อวิทยาศาสตร์ Allium cepa L. จัดอยู่ในวงศ์พลับพลึง (AMARYLLIDACEAE) และอยู่ในวงศ์ย่อย ALLIOIDEAE(ALLIACEAE)[1] สมุนไพรหอมใหญ่ มีชื่อเรียกอื่นว่า หัวหอม หอมหัวใหญ่ หัวหอมใหญ่ หอมฝรั่ง หอมหัว เป็นต้น[3] ลักษณะหอมหัวใหญ่ ต้นหอมใหญ่ มีถิ่นกำเนิดและมีเขตการกระจายพันธุ์ในทวีปเอเชียกลาง[3] บ้างก็บอกว่ามีถิ่นกำเนิดในทวีปเอเชียตะวันตกเฉียงใต้[8] และสำหรับแหล่งผลิตที่สำคัญ ได้แก่ ประเทศจีน สหรัฐอเมริกา และประเทศอินเดีย[3] โดยจัดเป็นพืชล้มลุก มีความสูงประมาณ 30-40 เซนติเมตร มีหัวอยู่ใต้ดินคล้ายหัวหอม ลักษณะกลมป้อม มีเปลือกนอกบาง ๆ สีม่วงแดงหุ้มอยู่ แต่เมื่อแห้งแล้วจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล[2],[4] ลำต้นใต้ดินหรือที่เรียกว่าหัวนั้น ภายในจะมีกลีบสีขาวอวบหุ้มซ้อนกันอยู่เป็นชั้น ๆ ทำให้มีลักษณะเป็นหัวเช่นเดียวกับกระเทียมและหอมแดง[3] สามารถปลูกได้ในดินทุกชนิดที่มีการระบายน้ำและมีอากาศดี เจริญเติบโตได้ดีในดินที่มีค่าความเป็นกรดเบสในช่วง 6.0-6.8 มีความเค็มของดินปานกลาง และในอุณหภูมิที่เหมาะสม คือ 15-24 องศาเซลเซียส[1] ใบหอมใหญ่ ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเป็นกระจุก 3-4 ใบ ลักษณะเป็นรูปดาบ มีความกว้างประมาณ 2-4 เซนติเมตร และยาวประมาณ 20-40 เซนติเมตร เส้นใบจีบตามยาวลักษณะคล้ายพัด[2] ดอกหอมใหญ่ ออกดอกเป็นช่อ แทงขึ้นมาจากลำต้นใต้ดิน กลีบดอกมีสีขาว[2] หัวหอม ไม่ใช่เป็นแค่ผักธรรมดาทั่วไปที่นำมาใช้ในการประกอบอาหารหรือเพื่อเพิ่มรสชาติให้อาหาร และก็ไม่ได้ใหญ่แต่ชื่อและขนาด เนื่องจากมีสรรพคุณที่ใหญ่มากเพราะช่วยป้องกันและรักษาโรคสำคัญต่าง ๆ ได้หลายชนิด โดยพบว่าหัวหอมใหญ่นั้นอุดมไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุ และสารประกอบที่มีประโยชน์ต่อร่างกายของเรามากกว่า 300 ชนิด[6] สรรพคุณหอมหัวใหญ่ หัวหอมใหญ่มีวิตามินซีสูง และยังมีสารอื่น ๆ เช่น สารเคอร์ซีทิน ที่ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระในร่างกายและช่วยป้องกันโรคต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี[2],[4],[5] ช่วยป้องกันและยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งต่าง ๆ ได้ เนื่องจากหอมใหญ่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูงมาก[5] หัวหอมมีคุณสมบัติช่วยทำให้เกิดความรู้สึกผ่อนคลาย ทำให้รู้สึกง่วง ช่วยในการนอนหลับได้สบาย[5] การรับประทานหัวหอมสดเป็นประจำจะช่วยทำให้มีความจำที่ดีขึ้น หรือจะรับประทานร่วมกับอาหารชนิดอื่น ๆ ก็ได้[6] ช่วยทำให้เจริญอาหาร[4],[5] ช่วยทำให้พลังลงสู่ด้านล่าง ช่วยให้พลังการไหลเวียนในอวัยวะภายในร่างกายคล่องตัว[8] ช่วยแก้ธาตุในร่างกายไม่เป็นปกติ[4],[5] ช่วยกำจัดสารตะกั่วและโลหะหนักที่ปนเปื้อนมากับอาหารและสะสมในร่างกาย[5],[8] ช่วยป้องกันและลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจ[4],[5] ช่วยป้องกันและลดความเสี่ยงของอัมพาตได้เป็นอย่างดี[5] หัวหอมมีฤทธิ์ช่วยรักษาโรคไขมันอุดตันในเส้นเลือด โดยช่วยลดปริมาณของไขมันในเส้นเลือดและช่วยในการขยายหลอดเลือด ช่วยทำให้เลือดไม่แข็งตัวไปแล้วไปอุดตันในหลอดเลือดได้ง่าย[5] สารไซโคลอัลลิอินในหัวหอมใหญ่ช่วยในการสลายลิ่มเลือด ป้องกันไม่ให้ลิ่มเลือดอุดตันหรือยับยั้งการรวมตัวกันของเกล็ดเลือด ปกป้องหลอดเลือดเลี้ยงสมองเกิดการอุดตันและช่วยกระจายเลือดลม[4],[5],[6] การรับประทานเป็นประจำในระยะยาวจะช่วยทำให้หลอดเลือดสะอาด และลดการแข็งตัวของหลอดเลือด[8] หอมหัวใหญ่ลดความอ้วน โดยน้ำคั้นจากหัวหอมมีสรรพคุณช่วยลดคอเลสเตอรอล ลดไขมันในเส้นเลือด[2],[4],[5] ช่วยลดการเป็นพิษต่อเซลล์ไขมันในเลือดชนิดเลว ช่วยลดระดับไขมันเลว (LDL) และช่วยเพิ่มไขมันดี (HDL) ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย โดยหัวหอมสดแค่เพียงครึ่งหัวก็สามารถช่วยเพิ่มระดับไขมันดีได้ถึงร้อยละ 30 ในผู้ป่วยโรคหัวใจหรือผู้มีปัญหาเรื่องคอเลสเตอรอล (ข้อมูลจาก : ดร.วิคเตอร์ เกอร์วิช แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหัวใจในอเมริกา)[5],[6] ช่วยลดความดันโลหิต แก้ความดันโลหิตสูง[2],[4] สารอัลลิลโพรพิลไดซัลไฟด์ (Allyl propy disuldhide หรือ APDS) ในหอมใหญ่ มีคุณสมบัติช่วยลดน้ำตาลในเลือด ช่วยป้องกันและรักษาโรคเบาหวาน[2],[4],[5],[6] หัวหอมใหญ่มีสารฟลาโวนอยด์ ไกลโคไซด์ (Flavonoid glycosides) ที่มีคุณสมบัติช่วยป้องกันไขมันไม่ให้มาเกาะตามผนังหลอดเลือด ถ้าหากเกาะมาก ๆ จะเกิดภาวะเส้นโลหิตอุดตัน หรือทำให้เกิดโรคหัวใจขาดเลือดได้[6] แคลเซียมในหอมใหญ่จะช่วยในการสังเคราะห์เอนไซม์ที่เป็นตัวช่วยต่อสู้กับสิ่งมีชีวิตแปลกปลอม และช่วยเม็ดเลือดขาวในการทำลายและย่อยสลายไวรัส[6] หอมหัวใหญ่สามารถช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุนได้ดีกว่ายารักษาโรคกระดูกพรุนอย่างแคลซิโทนิน (Calcitonin) แต่นักวิจัยระบุว่าอาจจะต้องกินหอมใหญ่วันละ

Continue reading »

ผักกวางตุ้ง

คุณค่าทางสารอาหาร : ผักคะน้าจะมีแคลเซียมสูง แต่บางคนอาจจะรู้สึกว่าขม ดังนั้น ถ้าเราหั่นใบเป็นชิ้นฝอย ๆ และลอกก้านคะน้าให้เหลือเพียงสีขาวใส ๆ แล้วนำมาผัดโดยเพิ่มแครอตผสมเข้าไปในข้าว จะทำให้อาหารมื้อนั้นอร่อยถูกปากยิ่งขึ้นค่ะ นอกจากนั้นคะน้ายังอุดมไปด้วยสารอาหารเบต้าแคโรทีนด้วย ส่วนถั่วฝักยาวควรล้างให้สะอาด ๆ แล้วรับประทานสด ๆ เพื่อจะได้ปริมาณวิตามินซีอย่างเต็มที่

Continue reading »