เกิดหลุมยุบขนาดใหญ่กลางถนนในเท็กซัส กลืนรถ 2 คัน คร่าผู้ช่วยนายอำเภอหญิงดับ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ที่ผ่านมา เกิดหลุมยุบขนาดใหญ่กลางถนนในเมืองซานอันโตนิโอ รัฐเท็กซัส ประเทศสหรัฐอเมริกา ทำให้มีรถยนต์ 2 คัน ตกลงไปและส่งผลให้ผู้ช่วยนายอำเภอหญิงคนหนึ่งเสียชีวิตอยู่ในรถยนต์ที่ตกลงไปในหลุมนั้น ซึ่งมีน้ำขังในหลุมเป็นจำนวนมาก ส่วนรถยนต์ที่ประสบเหตุอีกคัน พลเมืองดีสามารถเข้าช่วยเหลือชาย 2 คน ที่ประสบเหตุขึ้นมาจากหลุมนั้นได้ โดยทั้งคู่ได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย ก่อนที่หน่วยดับเพลิงจะนำตัวส่งโรงพยาบาล

โดยสถานีโทรทัศน์ซีบีเอส ของสหรัฐฯ รายงานว่า ผู้ช่วยนายอำเภอหญิงที่เสียชีวิตคนดังกล่าวชื่อ นางโดรา ลินดา นิชิฮาระ อายุ 69 ปี เป็นผู้ช่วยนายอำเภอหญิงของสำนักงานนายอำเภอบีซาร์ (เบย์ร) ขณะเกิดเหตุเธออยู่ในช่วงลาหยุด

ทั้งนี้ โฆษกหน่วยดับเพลิงเมืองซาน อันโตนิโอ เผยว่า หลังทางหน่วยได้รับแจ้งเหตุได้รีบไปที่เกิดเหตุและพบหลุมยุบขนาดใหญ่ลึกราว 4 เมตร กินพื้นที่ขวางถนนทั้ง 2 เลน และพบว่าท่อน้ำใต้ดินบริเวณนั้นแตกหัก หลังก่อนหน้านี้มีฝนตกหนัก จึงทำให้ในหลุมมีน้ำท่วมขังสูงอย่างรวดเร็ว ซึ่งเจ้าหน้าที่ต้องใช้รถเครน ยกรถยนต์ทั้ง 2 คันขึ้นมา

นิตยสาร TIME เลือก “โดนัลด์ ทรัมป์” เป็นบุคคลแห่งปี 2016

นิตยสารไทม์เลือก ‘โดนัลด์ ทรัมป์’ ให้เป็นบุคคลแห่งปีหรือ Person of the Year ด้วยเหตุผลที่ว่า เขาแสดงให้เห็นถึงอิทธิพลที่มีตลอดปี ค.ศ. 2016

Nancy Gibbs บรรณาธิการนิตยสารไทม์ (TIME) เขียนในบทความว่า การเลือก นายโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ให้เป็น Person of the Year เป็นสิ่งที่บอกถึงผู้อ่านว่า ไม่ว่าบุคคลนั้นเป็นใคร Person of the Year คือผู้ที่สร้างผลกระทบต่อข่าวสารมากที่สุด

นิตยสารไทม์ยังระบุด้วยว่า โดนัลด์ ทรัมป์ คือ “ประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกาที่แตกแยก” ว่าที่ประธานาธิบดีทรัมป์สร้างความตื่นตัวในกับฐานเสียงของเขาโดยการให้สัญญาว่า จะเปลี่ยนแปลงการเมืองของกรุงวอชิงตันครั้งใหญ่ และจะช่วยให้ชีวิตที่ดีขึ้นต่อคนที่ไม่ได้ประโยชน์จากนโยบายของรัฐบาล

โดนัลด์ ทรัมป์ ให้สัมภาษณ์กับรายการ Today ของช่องโทรทัศน์ NBC ว่า ตนรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับเลือกให้เป็นบุคคลแห่งปีโดยนิตยสารไทม์ และว่าตนมิได้เป็นผู้สร้างความแตกแยกในประเทศ แต่เชื่อว่าความแตกแยกนั้นมีอยู่จริงในหลายส่วน ซึ่งตนจะเป็นผู้ผสานรอยแยกนั้น

สนามบินจีนเหนือบนภูเขา ฝรั่งยังทึ่งแนวคิดสร้างสำเร็จ

ฝรั่งต่างทึ่ง..สนามบินเห่อฉีในเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง สร้างบนภูเขาสูง 600 เมตร เป็นสิ่งก่อสร้างที่น่าตื่นตา เปิดให้บริการมา 2 ปีแล้ว

สำนักข่าวประเทศจีนรายงานว่า สนามบินเห่อฉีในเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง ทางตอนใต้ของประเทศจีน กลายเป็นแลนด์มาร์กสำคัญของพื้นที่ หลังได้รับการยกย่องจากทั่วโลกว่าเป็นสิ่งปลูกสร้างที่น่าทึ่ง ด้วยการสร้างสนามบินเอาไว้ตามแนวบนภูเขาสูง

สนามบินเห่อฉี กลายเป็นภาพสวยงามเมื่อจากมุมสูง รันเวย์และอาคารผู้โดยสารถูกสร้างไว้ตามแนวภูเขา ขนานไปกับธรรมชาติป่าไม้สีเขียวรอบๆ บนระดับความสูง 677 เมตรจากระดับน้ำทะเล นับเป็นการก่อสร้างที่ต่างชาติให้ความสนใจ เนื่องจากพวกเขาตัดสินใจเกลี่ยพื้นที่ภูเขาให้เป็นที่ราบ ก่อนจะสร้างรันเวย์เป็นทางยาวราวๆ 2 กิโลเมตร

สำหรับ สนามบินเห่อฉี สร้างเสร็จและเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ ตั้งแต่ปี 2014 ปัจจุบันใช้งานมาแล้ว 2 ปี กลายเป็นสนานบินที่อยู่บนความสูงที่สุดในท้องถิ่น อยู่กลางตัวเมืองราวๆ 40 กิโลเมตร สนามบินแห่งนี้มีสายการบินภายในประเทศให้บริการ บินตรงจากเมืองฉงชิ่งและเกาะไหหลำเป็นประจำทุกวัน

ยิ่งลักษณ์ขึ้นศาลคดีข้าวยันสู้เต็มที่-ไม่ก้าวล่วงปรับครม.

‘อดีตนายกฯยิ่งลักษณ์’ ขึ้นศาลฎีกา คดีรับจำนำข้าว ยืนยันสู้เต็มที่ ขณะรอดูปรับคณะรัฐมนตรี เป็นอำนาจนายกรัฐมนตรี ไม่ขอก้าวล่วง – ห่วงพ.ร.ป.พรรค แนะ รัฐบาลเร่งแก้ เศษฐกิจ

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางเข้ารับฟังการพิจารณาไต่สวนพยานจำเลยคดีรับจำนำข้าว ที่ศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เพื่อสืบพยานฝ่ายจำเลยนัดที่ 8 พร้อมเปิดเผยว่า การเดินหน้าอุทธรณ์กรณีรัฐส่งหนังสือคำสั่งทางปกครองเรียกชดใช้ค่าเสียหายโครงการรับจำนำข้าว 3.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งได้รับคำสั่งเมื่อวันที่ 19 ต.ค. 2559 นั้น ขณะนี้ทีมกฎหมายกำลังดำเนินการอยู่ โดยรักษากรอบเวลาอยู่แล้ว และยืนยันว่าจะยื่นอุทธรณ์ภายในกรอบเวลาประมาณเดือน ม.ค. 2560

ขณะที่ส่วนของคดีอาญา ที่เดินหน้าสืบพยานมากกว่าครึ่งทางแล้วนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ ระบุว่า ตราบใดที่คดียังไม่สิ้นสุด ก็จะต่อสู้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ ยังกล่าวถึงการปรับคณะรัฐมนตรี ขอให้เป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรี ซึ่งตนไม่ขอก้าวล่วง

นอกจากนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยังกล่าวถึงประเด็นการเมืองว่า รู้สึกกังวลกฎหมายยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และกฎหมายลูก โดยเฉพาะร่างประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ซึ่งไม่อยากให้กีดกันพรรค แต่ขอเปิดโอกาสให้พรรคได้เลือกคนดีมาบริหารประเทศ พร้อมมองว่าประชาชนควรมีส่วนร่วมมากกว่านี้ นอกจากนี้ ยังแสดงความเห็นกรณีภายหลังจาก พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา และ พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ ได้ดำรงตำแหน่งองคมนตรี ก็ขอแสดงความยินดีที่ทั้งสองท่าน ได้ทำงานสำคัญให้กับประเทศ

ส่วนการปรับคณะรัฐมนตรี ขอให้รัฐบาลใช้โอกาสนี้ดูผลงานของทุกกระทรวง และความต้องการเรื่องเศรษฐกิจ ว่าประชาชนต้องการอะไร เพราะไม่อยากให้เรื่องนี้มาซ้ำเติมประเทศ โดยเฉพาะปัญหาปากท้องเป็นเรื่องสำคัญ ที่ต้องการสะท้อนไปยังคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ด้วย

บีกริมลุยลงทุนโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน

บีกริมเดินหน้าลงทุนโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน ตั้งเป้าภายในปี 2564 มีสัดส่วน 25-30% ของกำลังผลิตรวม

นางปรียนาถ สุนทรวาทะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บี. กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทพร้อมเดินหน้าสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนให้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดใช้งบลงทน 8,000 ล้านบาท ลงทุนในโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ในพื้นที่ที่มีศักยภาพเชิงพลังงานแสงอาทิตย์สูง ได้แก่ ในเขตอำเภอบางเลน อำเภอดอนตูม จังหวัดนครปฐม อำเภอเสนา จังหวัดอยุธยา จังหวัดสระบุรี และสระแก้ว รวมทั้งสิ้น 15 แห่ง กำลังการผลิต 114.2 MW โดยจำหน่ายเข้าระบบการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค(กฟภ.) เป็นสัดส่วน 100 % โดยคาดว่าปี 2559 นี้จะสามารถทำรายได้ให้กับบริษัทรวมกว่า 1,000 ล้านบาท ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาประมาณ 7 ปีถึงจะสามารถคืนทุนได้ทั้งหมด

นอกจากนี้บริษัท ยังมีการดำเนินการสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำอีก 102.6 MW และโรงไฟฟ้าพลังงานลม 16.0 Mw ซึ่งเมื่อคิดสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนของบริษัท จะอยู่ที่ร้อยละ 10 ของกำลังการผลิตรวมทั้งหมดที่ 1,625.7 MW โดยบริษัทมีแผนที่จะเพิ่มสัดส่วนดังกล่าวภายใน 5 ปีข้างหน้า หรือปี 2564 จะต้องมีสดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนทั้งหมดร้อยละ 25-30 ของกำลังผลิตรวมของบริษัทส่งผลให้ภายในปี 2564 บริษัทจะมีโรงไฟฟ้าทั้งสิ้นรวม 43 โครงการ กำลังการผลิตรวม 2,383.3 MW

สำหรับแผนงานในอนาคตที่คาดว่าจะทำให้บริษัท ดำเนินการได้ตามเป้า จำนวน 5,000 MW นั้น ได้ศึกษาความเหมาะสม และพิจารณาการลงทุนเพิ่มเติมในประเทศเพื่อนบ้านที่มีศักยภาพ อาทิ ลาว อินโดนีเซีย เวียดนาม กัมพูชา และฟิลิปปินส์ เป็นต้น รวมถึงการพัฒนาโรงไฟฟ้าในประเทศให้เพิ่มมากขึ้นด้วย แต่ต้องคำนึงถึงระบบสายส่งของแต่ละพื้นที่ ซึ่งบริษัทกำลังศึกษาก่อนลงทุนในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเพิ่มเติมอยู่ ขณะเดียวกันต้องรอสายส่งของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) เสร็จก่อนที่คาดว่าประมาณปี 61-62 จะแล้วเสร็จ

ดินไหวอิเหนาดับ25รายจนท.เร่งหาผู้รอดชีวิต

ความคืบหน้า เหตุแผ่นดินไหวในอินโดนีเซีย มีผู้เสียชีวิตแล้ว 25 ราย เจ้าหน้าที่ระดมค้นหาผู้รอดชีวิต คาดยังคงติดใต้ซากอาคาร

ความคืบหน้าล่าสุด เหตุแผ่นดินไหว ที่ อ.อาเจะห์ ประเทศอินโดนีเซีย แรงสั่นสะเทือน 6.4 เป็นเหตุให้มีอาคารพังถล่มกว่า 40 แห่ง เมื่อเช้าตรู่ที่ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่น มีผู้บาดเจ็บเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก และเสียชีวิตเพิ่มเป็น 25 รายแล้ว โดยทางการประกาศนำเครื่องจักรกลหนักเข้ามายังพื้นที่เพื่อรื้อถอนซากปรักหักพังของอาคาร เพื่อค้นหาผู้รอดชีวิตที่คาดว่ายังคงมีผู้ติดอยู่ใต้อาคารหลายแห่ง

ทั้งนี้ รายงาน ระบุว่า มีประชาชนที่ประสบเหตุเข้ารับการรักษาตัวในศูนย์การแพทย์ราว 20 คน และผู้บาดเจ็บ 1 คน ถูกส่งตัวไปยังโรงพยาบาลเนื่องจากมีอาการสาหัส

อย่างไรก็ตาม เขตประเทศอินโดนีเซีย เป็นประเทศที่มีแนวโน้มเกิดแผ่นดินไหวบ่อยครั้ง เนื่องจากภูมิประเทศตั้งอยู่บนเขตที่เรียกว่า วงแหวนไฟ (Ring of Fire) ที่เป็นส่วนโค้งของภูเขาไฟในกลุ่มแปซิฟิก

เครื่องบินปากีฯตก 47 ชีวิต พร้อมนักร้องดัง ดับยกลำ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เครื่องบินรุ่น ATR-42 เที่ยวบิน PK-661 ของปากีสถานอินเตอร์เนชั่นแนล (PIA) สายการบินแห่งชาติของปากีสถาน ประสบอุบัติเหตุตกในพื้นที่ภาคเหนือของประเทศเมื่อบ่ายวันนี้ ขณะบินมุ่งหน้ากรุงอิสลามาบัดจากเมืองชิตรัลทางภาคเหนือของประเทศ

สายการบินปากีสถานอินเตอร์เนชั่นแนล ระบุในแถลงการณ์ว่า เครื่องบินขาดการติดต่อกับหอควบคุมการบินของปากีสถาน ไม่นานก่อนตกดังกล่าว ผู้โดยสารและลูกเรือ 47 ราย เสียชีวิต โดยหนึ่งในนั้นคือ Junaid Jamshed นักร้องนักแต่งเพลงชื่อดัง ชาวปากีสถาน สำหรับจุดที่ตกอยู่ใกล้เมืองฮาเวเลียน ห่างจากกรุงอิสลามาบัดราว 70 กม. ขณะนี้รัฐบาลอยู่ระหว่างการระดมทีมกู้ภัยไปยังจุดเกิดเหตุ

ทั้งนี้ สายการบินดังกล่าวถูกครหาว่าบกพร่องในเรื่องการทำตามมาตรฐานความปลอดภัย หลังเกิดเหตุเครื่องบินตกครั้งใหญ่เมื่อปีพ.ศ.2549 มีคนเสียชีวิต 44 ศพ ต่อมาสหภาพยุโรปสั่งห้ามสายการบินนี้บินเข้าน่านฟ้ายุโรปเมื่อปี 2550 เนื่องจากหวั่นเกรงว่าอาจจะไม่มีมาตรฐานความปลอดภัย

ดญ.วัย 13 ถูกหนูกัดเมื่อ 6 ปีก่อน ไม่มีเงินรักษาจนเป็นอัมพาต

เว็บไซต์ข่าวประเทศจีนรายงานว่า หมู่บ้านแห่งหนึ่งในอำเภอหลวนชวน เมืองลั่วหยาง มณฑลเหอหนาน หญิงคนหนึ่งชื่อ “หลี่ นีนี” เป็นอัมพาตเดินไม่ได้ เพราะถูกหนูที่เข้าไปหลบซ่อนอยู่บนที่นอนกัดเนื้อบริเวณเท้าออกไป ระหว่างที่เธอนอนหมดสติไปชั่วขณะช่วงหลังการผ่าตัดตั้งแต่อายุ 7 ขวบ ต่อมาแผลก็เกิดอักเสบและเป็นหนอง แต่เนื่องจากไม่มีเงินรักษา จึงได้แต่ใช้ผ้ามาพันแผลและอาการบวมไว้จนถึงปัจจุบัน

เธอต้องทนทุกข์กับโรคมัยอีโลเมนิ่งโกซีล (Myelomeningocele) ตั้งแต่ยังเด็ก โดยในทางการแพทย์โรคนี้จะพบได้บ่อยในทารกแรกเกิดที่มีความผิดปกติในช่วง 2-3 สัปดาห์แรกของการตั้งครรภ์ ส่งผลต่อการเจริญเติบโตของตัวอ่อน ทำให้ไม่สามารถเชื่อมตัวบริเวณหลังส่วนเอวได้สมบูรณ์ และเป็นแผ่นแบนอยู่ที่ผิวของร่างกาย ล้อมรอบด้วยผิวหนัง

เนื่องจากไขสันหลังเกิดขึ้นไม่สมบูรณ์ เส้นประสาทที่เลี้ยงกล้ามเนื้อขาจึงไม่สมบูรณ์ด้วย ทำให้ขาเป็นอัมพาตแต่กำเนิด และหลังคลอดจะมีน้ำรวมตัวอยู่ใต้แผ่นหลังและดันแผ่นนี้ขึ้น ซึ่งจะทำให้เกิดภาวะอันตรายได้ง่ายมาก รวมทั้งสูญเสียการควบคุมระบบขับถ่ายด้วย

ซึ่งช่วงนั้นค่าผ่าตัด ค่ารักษาพยาบาลโรงพยาบาลในเมืองลั่วหยางแพงมาก จนครอบครัวต้องขายบ้านเพื่อนำเงินไปเป็นค่าผ่าตัดให้เธอในโรงพยาบาลประจำอำเภอแทน นอกจากนี้เมื่อ 8 ปี พ่อแม่เธอได้เสียชีวิต เธอจึงต้องอาศัยอยู่กับปู่และย่า ทั้งปู่ของเธอก็ยังเป็นโรคลมบ้าหมู และด้วยระบบขับถ่ายผิดปกติ เธอจึงต้องใส่ผ้าอ้อมไว้ทุกวัน แต่เพื่อประหยัดย่าของเธอจึงใช้ผ้าพันแผลที่ใช้แล้วมาซักล้างและต้ม แล้วนำกลับมาให้ใหม่ ส่วนผ้าอ้อมก็ใช้ผ้าอ้อมคุณภาพต่ำ ราคาไม่แพงและใช้เงินที่คนอื่นช่วยเหลือไปหาซื้อมา

ทั้งนี้ จากการคำปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทราบว่า อาการของเธอหากไม่ได้รับการรักษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยเร็ว อาจมีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนเป็นโรคโปลิโอ ซึ่งจะส่งผลให้เป็นอัมพาตถาวร

ตุ๊กรับเพิ่งกลับทริปนิวยอร์กแจงรูปคู่หนุ่มน้องชายแท้ๆ

‘ตุ๊ก ชนกวนันท์’ รับเพิ่งกลับจากทริปนิวยอร์ก แจงรูปคู่หนุ่มน้องชายแท้ๆ โอดยังผ่อนบ้านเหลืออีก 8-9 ปี บอกยังไหว ยินดีหาก บ๊วย ช่วย

นานๆ จะห่างลูกๆ ไปเที่ยวพักผ่อนสักที งานนี้ ‘ตุ๊ก ชนกวนันท์’ เข้าใจดีเลย ว่าทำไมบางคนไกลลูกแล้วอดคิดถึงไม่ได้ เพราะเจ้าตัวเล่าว่าปกติก็ไม่เคยเป็น แต่คราวนี้บินเที่ยวนิวยอร์กไกล 10 วัน เฟสไทม์คุยกัน ถึงกลับน้ำตาซึม รวมถึงยืนยันว่า หนุ่มที่ถ่ายรูปด้วย เป็นเพียงแค่น้องชายเท่านั้น

“เพิ่งไปเที่ยวนิวยอร์กกลับมาได้ 2 วันค่ะ เป็นทริปนิวยอร์กดีซี ไป 10 วันค่ะ จริงๆ เป็นทริปที่ไป 3 คนพี่น้อง น้องชาย กับน้องสาวแพลน แล้วเขาก็ชวน ถือว่าเป็นการใช้เวลาดีๆ ร่วมกัน ลูกๆ ไม่ได้ไปค่ะ เป็นทริปที่น้องชายน้องสาวไม่ให้เอาลูกไป (หัวเราะ) เขาคงอยากชิลล์ๆ ไม่มีเด็กเล็ก คิดถึงลูกไหม เราก็เคยไปไหนแบบที่ไม่ได้เอาลูกไปนะ แต่ครั้งนี้แปลกมากไม่คิดว่าจะคิดถึงลูกขนาดนี้ ไม่รู้เป็นอะไร เคยไปแบบไม่มี แต่ก็ไม่เคยเป็นขนาดนี้ งงตัวเองเหมือนกันค่ะ คิดถึงมากจนร้องไห้ ไม่รู้เป็นอะไร แปลกมาก มีเฟสไทม์หากันค่ะ ปกติที่บ้านไม่ใช่โทรศัพท์ ครั้งนี้ยอมแหกกฎเลย แอบเห็นมีรูปหนุ่มๆ หลายคนสงสัยเป็นหวานใจคนใหม่หรือเปล่า น้องชายค่ะ น้องแท้ๆ มีกัน 3 คนพี่น้อง หน้าเหมือนกันมากเป๊ะๆ เลย ถ้าคนเข้าใจผิดก็ถือว่าเป็นสีสันไป ไม่ซีเรียสค่ะ ไปแบบนี้ใครดูแลน้อง อาม่าค่ะ ก็คือแม่ แล้วช่วงเสาร์ อาทิตย์ ก็พี่บ๊วยค่ะ”

ถามไถ่ถึงเรื่องการผ่อนบ้านบ้าง ไม่รู้คืบหน้าไปถึงไหน ยังเหลืออีกกี่ปี หลายคนอดเป็นห่วงไม่ได้ ทำงานคนเดียว ซึ่ง ‘ตุ๊ก’ เผยให้ฟังต่อว่า “ยังผ่อนตามปกติแต่ละเดือน ถ้าถามว่าเหลือเท่าไหร่แล้วก็ประมาณ 8-9 ปี ยังอยู่ในวัยทำงานของเรา ถ้านับเป็นยอดเงินก็ไม่เยอะมากนะคะ แต่ไปซื้อบ้านใหม่ก็ไม่ได้ ผ่อนต่อไปนั่นแหละค่ะ (ยิ้ม) ก็ติดว่ามันยังอยู่ในช่วงเวลาที่ร่างกายเราทำงานได้อยู่ค่ะ ก็น่าจะรอด กังวลไหม ไม่รู้ว่าเราใจเย็นไปหรือเปล่า ไม่กังวลนะ เพราะว่ากังวลไปก็ไม่ช่วยอะไร ถ้ามันเกิดปัญหาเมื่อไหร่ ก็แก้ตอนนั้น อยู่กับปัจจุบันค่ะ หลายคนเอาใจช่วยพี่บ๊วยเปิดร้านใหม่อาจจะมาช่วยเราผ่อน ตอนนี้ตุ๊กก็พอดูแลครอบครัวได้ พี่บ๊วยเองก็มีครอบครัวต้องดูแลเหมือนกัน ถ้าสะดวก แล้วเขาพอ เขาก็คงช่วย แต่ตอนนี้ยังค่ะ ต่างคนต่างดูแลตัวเอง เรื่องค่าใช้จ่ายลูกก็ยังค่ะ เรายังอยู่กันได้ เด็กๆ ไม่ได้ใช้อะไรมากค่ะ แต่พี่บ๊วยเขาดูแลค่าเทอมมาตั้งแต่แรก ก็ยังดูแลต่อไปค่ะ”

ริชชี่แพลนเรียนจบกลับพัฒนาบ้านเกิดขอบคุณคนชม

สาว’ริชชี่ อรเณศ’ แพลนเรียนจบกลับพัฒนาบ้านเกิด ขอบคุณคนชม นำคำสอนในหลวง ร.9 ใช้

ต้องบอกว่าภูมิใจทุกครั้งที่ได้เล่าหรือเผยแพร่เรื่องราว สำหรับนางเอกสาวลูกหลานชาวเขา “ริชชี่ อรเณศ ดีคาบาเลส” ซึ่งเจ้าตัวอัปเดตให้ฟังว่าตอนนี้เรียนใกล้จบแล้ว หลังจากนั้นก็อยากจะนำความรู้ที่มีไปพัฒนาหมู่บ้านเผ่าลาหู่ พัฒนาชา ที่ในหลวง รัชกาลที่ 9 ทรงพระราชทานให้กับชาวบ้านปลูก เพื่อทดแทนการปลูกฝิ่น

“ตอนนี้ริชก็เรียนอยู่ปี 4 ใกล้จบแล้ว ก็มีเรื่องที่อยากจะกลับไปพัฒนาที่บ้าน เรื่องชา หวังว่าถ้าประสบความสำเร็จยังไง ทุกคนจะให้การสนับสนุนงานตรงนี้ ช่วยเหลือชาวบ้านด้วย ตอนนี้ที่บ้านก็มีโฮมสเตย์แล้ว มีนำนักท่องเที่ยวหรือใครก็แล้วแต่ มาเรียนรู้ประวัติสิ่งที่ในหลวงท่านสร้าง ประวัติบนดอย พาขึ้นไปอยู่กับชาวบ้านเลยว่าชาวบ้านเก็บชายังไง ตื่นกี่โมง ใช้ชีวิตยังไง ศาสตร์ที่เราเรียน ริชก็อยากนำเข้าไปส่งเสริมสุขภาพด้วย เราจะเน้นอาหารเพื่อสุขภาพ ออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ บนนั้นอากาศดีมาก ๆ ค่ะ ก็คิดว่าอยากจะนำชาพวกนี้มาทำเป็นเมนูสุขภาพ เป็นธุรกิจของครอบครัวเราเลยใช่ไหม จริง ๆ ก็มีคุณน้า พี่น้องคุณแม่ ถึง 11 คน ที่ทำตรงนี้ ทุกคนก็จะแบ่งทำ มีมูลนิธิดูแลเด็ก ๆ ชาวเขา ส่งเสริมโฮมสเตย์ แล้วก็มีเพาะกล้าชาช่วยเหลือคนที่เดือดร้อน เราไม่หวง เพราะสิ่งที่เราได้มาเราได้มาจากในหลวง ก็อยากแบ่งปันคนอื่นค่ะ

ตอนนี้เราถูกพูดถึงเยอะถึงการน้อมนำพระราชดำริในหลวง ร.9 ไปพัฒนาหมู่บ้าน ค่ะ ริชดีใจที่ริชมีโอกาสแบ่งปันสิ่งที่ท่านสร้าง เหมือนเป็นพระมหากรุณาธิคุณ ริชเป็นเกียรติมาก ๆ ที่แบ่งปันเรื่องนี้ ดีใจที่คนไทยรักในหลวงมาก ๆ ก็อยากจะช่วยเหลือชาวบ้านด้วย มีคนติดต่อมาว่าอยากจะมาดูว่าชาต้นแรกของพ่อเป็นยังไง ชาเป็นอะไรที่ปลูกครั้งเดียวแล้วเก็บได้ตลอดชีวิต เป็นชาที่ดีมาก ก็ดีใจค่ะ เราได้ออกสื่อไป ได้ช่วยเหลือคน ได้เผยแพร่ประสบการณ์ที่ครอบครัวเราได้รับ ได้เห็นมา ตอนนี้ริชก็ใกล้จะเรียนจบแล้ว ปี 4 แล้ว จบเดือนมิถุนายน แล้วก็ฝึกงานก็จบแล้วค่ะ น่าจะรับตุลาคมปีหน้า”