ริชชี่แพลนเรียนจบกลับพัฒนาบ้านเกิดขอบคุณคนชม

สาว’ริชชี่ อรเณศ’ แพลนเรียนจบกลับพัฒนาบ้านเกิด ขอบคุณคนชม นำคำสอนในหลวง ร.9 ใช้

ต้องบอกว่าภูมิใจทุกครั้งที่ได้เล่าหรือเผยแพร่เรื่องราว สำหรับนางเอกสาวลูกหลานชาวเขา “ริชชี่ อรเณศ ดีคาบาเลส” ซึ่งเจ้าตัวอัปเดตให้ฟังว่าตอนนี้เรียนใกล้จบแล้ว หลังจากนั้นก็อยากจะนำความรู้ที่มีไปพัฒนาหมู่บ้านเผ่าลาหู่ พัฒนาชา ที่ในหลวง รัชกาลที่ 9 ทรงพระราชทานให้กับชาวบ้านปลูก เพื่อทดแทนการปลูกฝิ่น

“ตอนนี้ริชก็เรียนอยู่ปี 4 ใกล้จบแล้ว ก็มีเรื่องที่อยากจะกลับไปพัฒนาที่บ้าน เรื่องชา หวังว่าถ้าประสบความสำเร็จยังไง ทุกคนจะให้การสนับสนุนงานตรงนี้ ช่วยเหลือชาวบ้านด้วย ตอนนี้ที่บ้านก็มีโฮมสเตย์แล้ว มีนำนักท่องเที่ยวหรือใครก็แล้วแต่ มาเรียนรู้ประวัติสิ่งที่ในหลวงท่านสร้าง ประวัติบนดอย พาขึ้นไปอยู่กับชาวบ้านเลยว่าชาวบ้านเก็บชายังไง ตื่นกี่โมง ใช้ชีวิตยังไง ศาสตร์ที่เราเรียน ริชก็อยากนำเข้าไปส่งเสริมสุขภาพด้วย เราจะเน้นอาหารเพื่อสุขภาพ ออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ บนนั้นอากาศดีมาก ๆ ค่ะ ก็คิดว่าอยากจะนำชาพวกนี้มาทำเป็นเมนูสุขภาพ เป็นธุรกิจของครอบครัวเราเลยใช่ไหม จริง ๆ ก็มีคุณน้า พี่น้องคุณแม่ ถึง 11 คน ที่ทำตรงนี้ ทุกคนก็จะแบ่งทำ มีมูลนิธิดูแลเด็ก ๆ ชาวเขา ส่งเสริมโฮมสเตย์ แล้วก็มีเพาะกล้าชาช่วยเหลือคนที่เดือดร้อน เราไม่หวง เพราะสิ่งที่เราได้มาเราได้มาจากในหลวง ก็อยากแบ่งปันคนอื่นค่ะ

ตอนนี้เราถูกพูดถึงเยอะถึงการน้อมนำพระราชดำริในหลวง ร.9 ไปพัฒนาหมู่บ้าน ค่ะ ริชดีใจที่ริชมีโอกาสแบ่งปันสิ่งที่ท่านสร้าง เหมือนเป็นพระมหากรุณาธิคุณ ริชเป็นเกียรติมาก ๆ ที่แบ่งปันเรื่องนี้ ดีใจที่คนไทยรักในหลวงมาก ๆ ก็อยากจะช่วยเหลือชาวบ้านด้วย มีคนติดต่อมาว่าอยากจะมาดูว่าชาต้นแรกของพ่อเป็นยังไง ชาเป็นอะไรที่ปลูกครั้งเดียวแล้วเก็บได้ตลอดชีวิต เป็นชาที่ดีมาก ก็ดีใจค่ะ เราได้ออกสื่อไป ได้ช่วยเหลือคน ได้เผยแพร่ประสบการณ์ที่ครอบครัวเราได้รับ ได้เห็นมา ตอนนี้ริชก็ใกล้จะเรียนจบแล้ว ปี 4 แล้ว จบเดือนมิถุนายน แล้วก็ฝึกงานก็จบแล้วค่ะ น่าจะรับตุลาคมปีหน้า”

รวบมาเฟียฝรั่งเศส! จ่อยิงเพื่อนร่วมชาติ ทิ้งศพในธารน้ำตกเกาะสมุย

รวบมาเฟียฝรั่งเศส จ่อยิงเพื่อนร่วมชาติดับ ก่อนนำศพทิ้งอำพรางคดีในธารน้ำตกเกาะสมุย

พ.ต.อ.ไพฑูรย์ กระจะจ่าง ผกก.สภ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ได้รับแจ้งพบศพชายชาวต่างชาติเสียชีวิตในลำธารน้ำตกพานเรื่อ หมู่ 3 ต.แม่น้ำ อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี จึงรุดไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุพบศพชาวต่างชาติเสียชีวิตอยู่ในลำคลองพานเรื่อ สภาพคว่ำหน้า มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบขนาดเข้าที่ขมับขวา 2 นัด และกกหูขวา 1 นัด ตรวจค้นภายในตัวผู้ตายไม่พบเอกสารระบุตัวตน

ขณะเดียวกันตำรวจชุดสืบสวนได้ลงพื้นที่หาข่าวในพื้นที่ตำบลแม่น้ำ และตรวจสอบกล้องวงจรปิดในบริเวณใกล้เคียง จนได้ข้อมูลว่าผู้ตายคือนายฌอง ปอล ซีริล อายุ 44 ปี สัญชาติฝรั่งเศส มีอาชีพเป็นนักธุรกิจนายหน้าซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ในเกาะสมุย

โดยในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 8 ได้เก็บรวบรวมหลักฐานซึ่งพบรอยเลือดบนก้อนหินที่คนร้ายก่อเหตุในครั้งนี้จำนวนสามคนประกอบด้วย นายจอร์จ มิเชล สัญชาติฝรั่งเศส อายุ 65 ปี , นายซีลิน เจน พอล อายุ 43 ปี และนายอีฟ โคด แดเนียล คลิเมน ทั้งหมดสัญชาติฝรั่งเศส โดยเฉพาะ นายจอร์จ มิเชล เป็นอดีตหัวหน้าแก๊งอันธพาล หรือฮูลิแกน และทำตัวเป็นพี่ใหญ่ในกลุ่มชาวฝรั่งเศสบนเกาะสมุย ซึ่งหนีมาอยู่เกาะสมุยได้ 15 ปีแล้ว

ส่วนสาเหตุของเหตุการณ์ครั้งนี้ เกิดขึ้นเมื่อผู้ตายนั่งพูดคุยกันอยู่กับเพื่อนกลุ่มนี้ ที่ร้านอาหารของนายซีลิน เจน พอล ตั้งอยู่ในซอยแม่น้ำ 4 โดยผู้ตายมีปากเสียงกับนายจอร์จ จากนั้นนายจอร์จได้ใช้อาวุธปืนยิงเข้าที่ศรีษะผู้ตายจำนวน 3 นัด หลังเกิดเหตุร่วมกับนายอีฟ โคด แดเนียล คลิเมน และนายซีลิน เจน พอล นำศพห่อพลาสติดสีดำ แล้วนำขึ้นรถกระบะนำไปทิ้งบริเวณลำธารใกล้น้ำตกพานเรื่อยังจุดเกิดดังกล่าว ก่อนแยกย้ายกันหลบหนี

ล่าสุดเจ้าหน้าที่ สามารถจับตัวนายจอร์จ มิเชล ได้พร้อมรถกระบะคันที่ก่อเหตุในขณะที่กำลังหลบหนีด้วย โดยสามารถจับได้บริเวณท่าเทียบเรือเฟอร์รี่ ก่อนนำตัวกลับมายังสภ.เกาะสมุย เพื่อดำเนินคดีต่อไป

ส่วนนายอีฟ โคด แดเนียล คลิเมน หนึ่งในผู้ต้องหาที่ก่อเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจด่านตรวจคนเข้าเมืองเกาะสมุย กำลังเร่งติดตามมาดำเนินคดี

พบหลุมยุบขนาดใหญ่กลางถนนเมืองระนอง

เกิดหลุมยุบขนาดใหญ่ ลึก 2.5 เมตร กลางถนนเพชรเกษม สี่ช่องทางจราจรทางเข้าตัวเมืองระนอง

นายวินัย รัชบุตร ผู้อำนวยการแขวงการทางหลวงระนอง กล่าวว่า ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ รถตักขนาดเล็ก เข้าทำการแก้ไขหลุมยุบขนาดใหญ่ กลางถนนสี่ช่องทางการจราจร ซึ่งเป็นถนนสายหลักของจังหวัดระนอง ที่มีรถสัญจรไปมาเป็นจำนวนมาก โดยหลุมที่เกิดการยุบตัวมีความยาวของหลุมประมาณ 7 เมตร กว้าง 3 เมตร ลึก 2.5 เมตร ถือว่าเป็นหลุมขนาดใหญ่ เจ้าหน้าที่จึงต้องใช้ทรายจำนวน 60 คิว หรือ จำนวน 2 คันรถสิบล้อ พร้อมหล่อเลี้ยงด้วยน้ำ เพื่อให้เกิดการอัดแน่น จากนั้นใช้รถตักขนาดเล็กทำการบดอัดทรายจนกว่าดินจะอิ่มตัว สามารถรับน้ำหนักรถที่วิ่งผ่านได้เช่นเดิม จากนั้นจะได้ใช้ยางมาตอยมาทำการปิดอีกชั้น

นายวินัย กล่าวว่าต่อว่า สาเหตุที่เกิดการยุบตัว จากการตรวจสอบสาเหตุน่าจะมาจากการที่ประปาจังหวัดระนอง มีการเจาะผืนใต้ถนนจากอีกฝั่งถนนไปยังอีกฝั่งของถนนสี่ช่องการจราจร มีระยะทางความยาว 25 เมตร แนวที่มีการเจาะใต้ดินผ่าน เป็นแนวเดียวกับทางเดินของน้ำจากภูเขาที่พาดยาวมาจากหาดส้มแป้นที่มาทางใต้ดิน อาจจะผสมกับน้ำฝนที่ตกลงมา ทำให้เส้นทางที่มีการขุดเจาะเอาไว้สำหรับเตรียมใส่ท่อประปาขนาดใหญ่เกิดดินด้านล่างหายไปจนเกิดการยุบตัว

แต่เราสามารถแก้ปัญหาได้ ทำให้ถนนมาอยู่ในสภาพเดิมรับน้ำหนักจากรถที่วิ่งผ่านได้เหมือนเดิม ซึ่งเวลาเกิดเหตุดังกล่าวยังถือว่ายังโชคดีที่เกิดเหตุกลางวัน หากเป็นช่วงเวลากลางคืนที่จะมีรถบรรทุกหลากหลายขนาดโดยเฉพาะรถบรรทุกขนาดใหญ่วิ่งผ่านเป็นจำนวนมาก อาจจะเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

หนุ่มใหญ่น้อยใจ เมียเข้ามาทำงานใน กทม. จุดไฟเผาบ้านวอดทั้งหลัง

หนุ่มใหญ่น้อยใจภรรยา วางเพลิงเผาบ้านตนเองวอดทั้งหลัง คาดทะเลาะกันทางโทรศัพท์ เหตุภรรยาออกไปทำงานที่กรุงเทพฯ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้ ที่บ้านพนม ม.7 ต.ประทัดบุ อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ จากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทราบว่า นายสำลี ประดับเพชร อายุ 44 ปี 91 ม.7 ต.ประทัดบุ อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ เป็นเจ้าของบ้าน อยู่ในอาการมึนเมา

จากการสอบถามทราบว่า ก่อนหน้านี้ นายสำลี ได้พูดคุยกับภรรยาทางโทรศัพท์เกิดมีปากเสียงทะเลาะกัน สาเหตุมาจากภรรยาของตนได้เดินทางไปทำงานใน กรุงเทพฯ จนทำให้นายสำลี เกิดอาการน้อยใจ ขาดสติจุดไฟเผาบ้านตนเอง

สำหรับเหตุการณ์ดังกล่าวได้รับการช่วยเหลือจากโรงโม่หินรุ่งนคร นำรถน้ำมาช่วยสกัดเพลิง ก่อนที่รถน้ำ อบต.ประทัดบุ และ อบต.ไพล ส่งรถน้ำมาช่วยดับเพลิงอย่างทันที แต่ไม่สามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ เนื่องจากเป็นบ้านไม้สองชั้นและมีสภาพเก่าไฟลุกลามโหมอย่างรุนแรง วอดทั้งหลัง คาดมูลค่าความเสียหาย ประมาณ 500,000 บาท

ไกด์หนุ่มเมา ชกหน้าลูกทัวร์สาวชาวจีนอ้วกแตก ดั้งเกือบหัก

งามหน้า! ไกด์หนุ่มพัทยาเปิดฉากชกหน้าลูกทัวร์ นักท่องเที่ยวสาวชาวจีน หวิดดั้งจมูกหัก มึนจนอาเจียนตลอดเวลา เจ้าตัวให้การภาคเสธ ลักษณะเหมือนเมา ซ้ำยังอ้างโดนต่อยก่อน

เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งเหตุนักท่องเที่ยวถูกทำร้ายร่างกายได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดที่บริเวณท่าเทียบเรือแหลมบาลีฮายพัทยา ม.10 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยารุดไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบนักท่องเที่ยวจำนวนมากมุงดูและวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตรวจสอบพบผู้บาดเจ็บทราบชื่อภายหลังคือ น.ส.เคลา นา อายุ 25 ปี สัญชาติจีน ถูกทำร้ายได้รับบาดเจ็บที่ดั้งจมูกมีเลือดไหล และมีอาการอาเจียนออกมา นอนรอการช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่โดยมีกลุ่มเพื่อนนั่งเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิด เมื่อเจ้าหน้าที่กู้ภัยฯมาถึงจึงได้ทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนเคลื่อนย้ายตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อรับการรักษาอย่างเร่งด่วน
ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ก่อเหตุไว้ได้เป็นไกด์ของบริษัททัวร์แห่งหนึ่งทราบชื่อคือ นายเปรม ศุภปกรณ์ อายุ 35 ปี อยู่ในอาการมึนเมา พูดจาวกไปวนมา แต่ยังให้การภาคเสธ ทั้งยังอ้างว่าผู้บาดเจ็บชกตนเอง ทางเจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวมายัง สภ.เมืองพัทยา

สอบถามนายชาญธิราช เจริญวิวรรธน์ อายุ 36 ปี ซึ่งเป็นไกด์ของผู้บาดเจ็บทราบว่าขณะที่เดินในท่าเทียบเรือนั้น ได้มีลูกทัวร์เข้ามมาบอกว่า น.ส.เคลา ถูกไกด์ของอีกกรุ๊ปทัวร์ทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บ ตนเองจึงรีบวิ่งมาดูและแจ้งเจ้าหน้าที่ดังกล่าว ส่วนสาเหตุนั้นตนเองยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเกิดจากอะไรแต่ผู้เป็นไกด์ก็ไม่น่าจะทำร้ายนักท่องเที่ยวเช่นนี้ ถือเป็นการเสียภาพลักษณ์ของไกด์เป็นอย่างมาก

สุรินทร์เริ่มหนาวปชช.แห่ซื้อเสื้อกันหนาวมือ2

สภาพอากาศที่ จ.สุรินทร์ เริ่มหนาวเย็น ประชาชนแห่เลือกซื้อเสื้อกันหนาวมือ 2 ตลาดชายแดนช่องจอมคึกคัก

ที่ จ.สุรินทร์ พบว่า สภาพอากาศเริ่มหนาวเย็น โดยเฉพาะในช่วงเช้าที่หมอกปกคลุมไปทั่วบริเวณ ทำให้ประชาชนเริ่มหาเสื้อผ้ากันหนาวมาสวมใส่ ส่งผลให้ร้านจำหน่ายเสื้อผ้ากันหนาวได้รับความสนใจผู้ที่ไปหาเลือกซื้อมากขึ้น โดยเฉพาะเสื้อกันหนาวมือสอง ซึ่งมีราคาถูก เช่น ที่ร้านค้าเสื้อกันหนาวมือสองของพ่อค้าแม่ค้าชาวกัมพูชา ภายในตลาดการค้าชายแดนช่องจอมหลายสิบร้านที่พบว่ามีลูกค้าเดินทางไปเลือกซื้อกันอย่างคึกคัก ส่วนใหญ่เป็นลูกค้าชาวไทย เนื่องจากสินค้ามีราคาถูก ตั้งแต่ราคาตัวละ 50 บาทไปจนถึงหลักหลายร้อยบาท ขึ้นอยู่กับชนิดและคุณภาพของเสื้อกันหนาวที่มีราคาแตกต่างกันไปหลายเกรด
ด้าน นายพัฒนา ชื่นยง ผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายอำนวยการและวิเคราะห์แผนงานตลาดช่องจอม เปิดเผยว่า ในช่วงนี้อากาศในพื้นที่เริ่มเย็น ถึงยังไม่หนาวมากนัก แต่ก็พบว่าบรรดาผู้ค้าชาวกัมพูชา เริ่มนำสินค้าเสื้อผ้ากันหนาวมือสองมาไว้จำหน่ายกันมากขึ้น และคาดว่าหากอากาศหนาวเย็นต่อเนื่องยาวนานขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา ก็จะทำให้การค้าขายในพื้นที่ตลาดชายแดนมีเงินสะพัดเพิ่มมากขึ้นกว่าปกติ

พัทลุง4อำเภอริมทะเลสาบสงขลายังท่วม-สูงสุด1ม.

พัทลุง 4 อำเภอ ริมทะเลสาบสงขลา ยังท่วม ระดับสูงสุด 1 ม. เหตุน้ำทะเลหนุน ยอดผู้ได้รับผลกระทบ 85,000 คน

นายเชาวลิต นิฒรรัตน์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพัทลุง เปิดเผยกับสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ว่า ขณะนี้พื้นที่ 4 อำเภอ ริมทะเลสาบสงขลา ประกอบด้วย อ.เมืองพัทลุง, ควนขนุน, บางแก้ว และ เขาชัยสน ยังคงมีน้ำท่วมขัง วัดระดับสูงสุดบริเวณแอ่งกระทะ, ที่ลุ่มใกล้ทะเล สูงประมาณ 50 เซนติเมตร – 1 เมตร สาเหตุมาจากมวลน้ำจากอำเภอตอนเหนือไหลลงมาสมทบ ประกอบกับ ภาวะน้ำทะเลหนุนสูง จึงทำให้การระบายเป็นไปได้ช้า

ล่าสุด เจ้าหน้าที่ได้เร่งนำเครื่องสูบน้ำเข้าไปสนับสนุน คาดว่าหากฝนไม่ตกลงมาเพิ่มเติม สถานการณ์น่าจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติภายใน 4 – 5 วัน สำหรับยอดรวมผู้ได้รับผลกระทบนั้น จากการตรวจสอบพบมีประมาณ 85,000 คน ส่วนพื้นที่ทางการเกษตรกำลังอยู่ระหว่างสำรวจ

ระโนด-กระแสสินธุ์-สทิงพระยังหนักบ้านร.ร.วัดจม

บินสำรวจน้ำท่วมริมทะเลสาบสงขลา แนวโน้มดีขึ้น เหลือเพียง 3 อำเภอที่ยังน่าห่วง พ่อเมืองสั่งระดมช่วย

ความคืบหน้าสถานการณ์น้ำท่วมที่ จ.สงขลา ซึ่งยังมีพื้นที่ที่ถูกน้ำท่วมใน 4 อำเภอ คือ อ.ระโนด กระแสสินธุ์ สทิงพระ และสิงหนคร เนื่องจากถูกมวลน้ำจากนครศรีธรรมราชและพัทลุง หนุนท่วม

ล่าสุด ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 43 ได้นำเฮลิคอปเตอร์ขึ้นบินสำรวจสภาพพื้นที่ที่ถูกน้ำท่วม พบว่าแนวโน้มของสถานการณ์น้ำท่วมเริ่มดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะนี้เหลือพื้นที่ซึ่งถูกน้ำท่วมเพียง 3 อำเภอ คือ อ.ระโนด กระแสสินธุ์ และสทิงพระ โดยเฉพาะหมู่บ้านที่อยู่ติดริมทะเลสาบสงขลาของทั้ง 3 อำเภอ ยังมีน้ำท่วมค่อนข้างสูง บ้านเรือน วัด และโรงเรียน รวมทั้งเส้นทางในหมู่บ้านยังเต็มไปด้วยน้ำ แต่พื้นที่การเกษตรทั้งไร่นาสวนตาลที่อยู่ลึกจากทะเลสาบสงขลาระดับน้ำเริ่มแห้งและลดลงอย่างชัดเจนจนเริ่มเห็นคันนาแล้วจากก่อนหน้านี้ซึ่งกลายเป็นทะเลเนื้อเดียวกันทั้งหมด

ทั้งนี้ นายทรงพล สวาสดิ์ธรรม ผู้ว่าราชการจ.สงขลา ได้ประสานให้หน่วยงานทั้งระดับจังหวัดอำเภอและตำบลเร่งช่วยเหลือประชาชนที่ยังถูกน้ำท่วมโดยเฉพาะเครื่องยังชีพ ยารักษาโรค รวมทั้งทรัพย์สินของชาวบ้านโดยเฉพาะสัตว์เลี้ยง ซึ่งขณะนี้เริ่มมีโจรขโมยวัวตระเวนขับรถบรรทุกขโมยวัวของชาวบ้านในบางพื้นที่แล้ว

นายอำเภอฯ สนธิกำลังตำรวจจอมทอง จู่โจมจับบ่อนได้ผู้ต้องหานับสิบราย

เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.จอมทอง เชียงใหม่ นำโดย พ.ต.อ.ไพศาล นันตา ผกก.สภ.จอมทอง ร่วมกับ น.ส.นิติยา พงษ์พานิช นายอำเภอจอมทอง ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ร่วมกับฝ่ายปกครอง โดยมีนายนิติปกรณ์ แสงสุวรรณ ปลัดอาวุโส พร้อมด้วยสมาชิก อส.อำเภอฯ ที่ 8 บูรณาการกำลังเข้าตรวจสอบและวางแผนจับกุมผู้เล่นการพนันไพ่ ที่บ้านเลขที่ 8/6 บ้านวังดิน ต.ข่วงเปา

1-11-696x522

หลังจากได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านว่า ที่บ้านหลังดังกล่าวได้มีการลักลอบเล่นการพนันเอาทรัพย์สินกันโดยไม่ได้รับอนุญาต เมื่อไปถึงพบชาวบ้านกำลังล้อมวงเล่นไพ่กันอยู่ เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวเข้าจับกุม แต่ผู้ต้องหาทั้งหมดได้วิ่งหนีกระจัดกระจาย เจ้าหน้าที่ ที่ดักรออยู่ข้างนอกจึงช่วยกันตะครุบตัว ผู้เล่นการพนันได้ทั้งหมด จำนวน 9 ราย เป็นชาย 3 คน หญิง 6 คน บางรายวิ่งหนีด้วยความตกใจ ถึงกับอึราดใส่กางเกง

เบื้องต้นจากการตรวจสอบและตรวจยึดพบของกลางไพ่ 3 สำรับ และเงินสดอีกจำนวนหนึ่ง โดยมีนางคำแปง (สงวนนามสกุล) อายุ 58 ปี รับสารภาพเป็นเจ้าของบ้าน และเป็นผู้จัดให้มีการเล่นการพนันดังกล่าว โดยเป็นการเล่นการพนันไพ่ผสมสิบ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแจ้งข้อกล่าวหา ”ลักลอบเล่นการพนันพนันเอาทรัพย์สินกันโดยไม่ได้รับอนุญาต และผิดกฎหมาย” จึงได้จึงควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลาง ส่ง พงส.สภ.จอมทอง ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 

ปราจีนฯ-ปส.ตามต่อแก๊งค้ายาบ้า250,000เม็ด

ปส. ตามต่อแก๊งค้ายาบ้า 250,000 เม็ด – ไอซ์ 12 กก. ข้ามชาติ ยกตู้เซฟที่ปราจีนฯ

ร.ต.อ.เตชินท์ แก้วเจือ รอง สว.กก.2 กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ได้ประสานงานกับ พ.ต.ท.ทวี กิติวิริยกุล รอง สวป.สภ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี เข้าทำการตรวจค้นบ้านเช่าในหมู่บ้านศิลารมย์ ตรงข้ามที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลท่าตูม (อบต.) อ.ศรีมหาโพธิ

ahr0cdovl3blms5pc2fub29rlmnvbs9ucy8wl3vklzqxos8ymdk2mze0lzc0mtqxmy0wms5qcgc

เจ้าหน้าที่ตำรวจ กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด และตำรวจภูธร จ.ชุมพร และสำนักปราบปรามยาเสพติด (ภาคใต้) ได้ร่วมกับจับกุมกลุ่มผู้ลักลอบลำเลียงยาเสพติดจาก ประเทศลาว (เมืองสะหวันนะเขด) คือ นายอานนท์ อายุ 29 ปี และ น.ส.มณีวรรณ อายุ 20 ปี 2 สามีภรรยา พร้อมของกลาง ยาบ้าประมาณ 248,000 เม็ด, ยาไอซ์ ประมาณ 12 กก., รถยนต์กระบะยี่ห้อฟอร์ด สีขาว 1 คัน มียาเสพติดของกลางซุกซ่อนใต้พื้นช่วงเบาะนั่งด้านหลัง และในถังน้ำมันพร้อมขยายผลจับกุมผู้ต้องหาอื่นอีก 3 ราย และผู้ต้องหารับสารภาพในหมู่บ้านศิลารมย์ จ.ปราจีนบุรี ซึ่งเช่าทิ้งไว้มีรายการทรัพย์สิน จึงตามตรวจสอบพบตู้เซฟ 1 หลัง, หนังสือเดินทางเข้า – ออก ประเทศลาว พร้อมสมุดบัญชีธนาคาร 3 เล่ม สมุดบัญชีลูกค้าอีกจำนวนหนึ่ง จากนั้นได้นำของกลางทั้งหมด มาลงหลักฐาน
บันทึกจับที่ สภ.ศรีมหาโพธิ ก่อนที่จะนำตู้เซฟไปเปิดพิสูจน์และขยายผลต่อไป